ปีการศึกษา 2569 · ภาคเรียน 1 · มัธยมศึกษาปีที่ 5
การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ร่วมกับ ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง โมเมนตัมและการชน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนทุ่งศรีอุดม
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อออกแบบชุดกิจกรรมการเรียนรู้เรี่อง โมเมนตัมและการชน
เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 53 คนโรงเรียนทุ่งศรีอุดม จังหวัดอุบลราชธานี ภาคเรียนที 1 ปีการศึกษา 2569 ก็ได้รับการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้รวมกับชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง โมเมนตัมและการชน ให้ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 75 โดยเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน และศึกษาความพึงพอใจของนักเรึยนที่มีต่อกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ร่วมกับชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง โมเมนตัมและการชน ตลอดระยะเวลาเรียนจำนวน 16 คาบ เครื่องมือที่ไช้ในการวิจัยได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้ 8 แผน ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ 6 ชุด แบบทดสอบ
วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนแบบปรนัย ผลการศึกษาพบว่า คะเเนนสอบหลังเรียนคิดเป็นร้อยละ 80.17
ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ คะแนนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และนักเรียนมีความพึงพอใจต่อกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ร่วมกับชุดกิจกรรมการเรียนรู้
เรื่อง โมเมนตัมและการชน
ผลการวิจัย
1. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียนของนักเรียนที่เรียนแบบสืบเสาะหาความรู้ร่วมกับชุดกิจกรรมการเรียนรู้ คะแนนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนของกลุ่มตัวอย่าง เห็นความแตกต่างชัดเจน กล่าวคือค่าเฉลี่ยของคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนของกลุ่มตัวอย่างเท่ากับ 24.05 และค่าเฉลี่ยของคะแนนก่อนเรียนเท่ากับ 8.73 ซึ่งคะแนนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน 15.32 และนักเรียนส่วนมากมีความพึงพอใจต่อกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ร่วมกับชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง โมเมนตัมและการชน ซึ่งจากผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่า รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ร่วมกับชุดกิจกรรม เรื่อง โมเมนตัมและการชนเป็นการจัดการเรียนการสอนที่ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลางให้นักเรียนได้ลงมือทำกิจกรรมด้วยตนเอง ได้ค้นพบความจริงและสร้างความรู้ด้วยตนเอง จึงเป็นการกระตุ้นและเร้าความสนใจของผู้เรียนและก่อให้เกิดบรรยากาศการเรียนรู้ทึ่ดีขื้น ส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนผ่านเกณฑ์ร้อยละ 75 ของคะแนนเต็มอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และนักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้